จุดเริ่มต้นของเสือมังกร และมีเทคนิควิธีการเล่นอย่างไรบ้าง
จุดเริ่มต้นของเสือมังกร
จุดเริ่มต้นของเสือมังกร

จุดเริ่มต้นของเสือมังกร และมีเทคนิควิธีการเล่นอย่างไรบ้าง เสือมังกร เข้าประเทศไทยได้อย่างไร และทำไมสูตรเดินเงินคงที่จึงน่าสนใจ

ไพ่เสือมังกรหรือภาษาอังกฤษDragon Tiger เป็นอีกหนึ่งเกมไพ่เดิมพันยอดฮิตบนเว็บพนันออนไลน์ ก็เพราะด้วยรูปแบบของเกมที่ง่าย ตรงไปตรงมา ใช้เวลาตัดสินผลเดิมพันรวดเร็ว ทำให้ไม่ว่าจะทั้งนักพนันมือใหม่ หรือมือเก๋า ต่างก็เลือกเล่นไพ่เสือมังกร เพื่อทำเงินจากเว็บคาสิโน

และในบทความนี้เราจะพาไปดูวิธีเล่นไพ่เสือมังกร เล่นยังไง รวมไปถึงเทคนิคพื้นฐานสำหรับนำไปปรับใช้ เป็นสูตรเล่นไพ่เสือมังกร ให้ได้เงินจริงกลับมาจากการชนะเจ้ามือ

 

ประวัติความเป็นมา ของเกม เสือมังกร

เสือมังกร เกมไพ่ใบเดียวที่ปรับใช้หรือประยุกต์มาจากการเดิมพันกับเกมไพ่หลากหลายรูปแบบ หลายคนที่ยังไม่รู้จักอาจมองว่าเกมไพ่เกมนี้มีความยากและซับซ้อน ซึ่งที่จริงแล้ว เสือ-มังกร หรือ Dragon-Tiger เป็นเกมไพ่ที่สามารถเล่นได้ง่ายดาย จากการใช้ไพ่ใบเดียวสำหรับการตัดสินแพ้ชนะ

รูปแบบเกมไพ่นี้ มีประวัติที่มาที่ไปที่ไม่แน่ชัดนักว่าเกิดมาจากเกมรูปแบบใด หลายแหล่งคาดการณ์ว่าเกิดขึ้นในโซนเอเชียที่มีการพัฒนาลักษณะของไพ่แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งเขมรที่เป็นต้นตำรับของคาสิโน และยังรวมไปถึงในจีนแผ่นดินใหญ่

อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ไว้ว่า มีการพัฒนาเกมไพ่ให้มีรูปแบบของความรวดเร็ว ด้วยการตัดสินใจกับไพ่แค่เพียงใบเดียว แล้วก็ยึดผลแพ้ชนะที่แต้ม 13 แต้ม ถึงแม้ค่อนข้างจะแตกต่างกับเกมไพ่ในรูปแบบอื่นๆ แต่ว่าก็จัดว่ามีเค้าโครงมาจากแบบอย่างไพ่ที่ค่อนจะใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมไพ่บาคาร่า หรือ ไพ่ป๊อกเด้ง ที่อ้างอิงมาจากผลของค่าสูงสุดของหน้าไพ่ซึ่งก็คือตัว K (13) ที่นำมาเป็นตัวระบุค่าของการได้ไพ่ตองสูงสุด

แต่ไม่ว่า เสือมังกร จะมีที่มาที่ไปเช่นไร ด้วยเอกลักษณ์ที่ตายตัวของเกมไพ่เกมนี้ ก็เลยได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆกระทั่งนำไปเป็นเกมพนันกันในคาสิโนต่างๆรวมทั้งถูกเอามาเล่นในคาสิโนออนไลน์ โดยมีการเพิ่มตัวเลือกให้เดิมพันที่มากขึ้นนั่นเอง

 

แต้มของไพ่ของเสือแต่ละใบ

ไพ่ A = 1 แต้ม
ไพ่ 2 = 2 แต้ม
ไพ่ 3 = 3 แต้ม
ไพ่ 4 = 4 แต้ม
ไพ่ 5 = 5 แต้ม
ไพ่ 6 = 6 แต้ม
ไพ่ 7 = 7 แต้ม
ไพ่ 8 = 8 แต้ม
ไพ่ 9 = 9 แต้ม
ไพ่ 10 = 10 แต้ม
ไพ่ J = 11 แต้ม
ไพ่ Q = 12 แต้ม
ไพ่ K = 13 แต้ม

การนับแต้มไพ่ เสือ มังกร

ไพ่ K มีแต้ม คือ 13
ไพ่ Q มีแต้ม คือ 12
ไพ่ J มีแต้ม คือ 11
ไพ่ 2-10 มีแต้มตามเลขหน้าไพ่ ที่ปรากฎ
ไพ่ A มีแต้ม คือ 1

 

ตำแหน่งวางเดิมพัน

1. ตำแหน่งวางเดิมพันเสือหรือTiger การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการเลือกวางเดิมพันว่าไพ่ของฝ่ายเสือจะเป็นฝ่ายที่มีแต้มมากกว่าฝ่ายมังกร อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 1 : 1 เท่า แต่ในกรณีที่ผลการเดิมพันในตานั้นออกเสมอ ผู้เล่นจะได้เงินคืนครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพันในรอบนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ผู้เล่นวางเดิมพัน จำนวน 100 บาท หากผลการเดิมพันออกเสมอ ผู้เล่นจะต้องเสีย 50 บาท และจะได้เงินเดิมพันคืน 50 บาท นั่นเอง

2. ตำแหน่งวางเดิมพันมังกรหรือ Dragon การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นรูปแบบการวางเดิมพันของฝ่ายมังกรว่าจะเป็นฝ่ายที่มีคะแนนแต้มที่เยอะมากกว่าฝ่ายเสือ อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 1 : 1 เท่า ในกรณีที่ผลการเดิมพันออกเสมอ ผู้เล่นจะได้เงินคืนครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพันในรอบนั้น

3. ตำแหน่งวางเดิมพันเสมอ เป็นการเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการเลือกวางเดิมพันว่าคะแนนของทั้งสองฝ่ายจะมีคะแนนเท่ากัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 8 เท่า

4. ตำแหน่งวางเดิมพันเสือคู่ การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการทายว่าไพ่ฝ่ายเสือจะมีหน้าไพ่เป็นแต้มคู่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 1.05 เท่า

5. ตำแหน่งวางเดิมพันเสือคี่ การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการทายว่าให้ฝ่ายเสือจะมีหน้าไพ่เป็นแต้มคี่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 0.75 เท่า

6. ตำแหน่งวางเดิมพันมังกรคู่ การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการทายว่าไพ่ฝ่ายมังกรจะมีหน้าไพ่เป็นแต้มคู่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 1.05 เท่า

7. ตำแหน่งวางเดิมพันมังกรคี่ การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการเลือกวางเดิมพันว่าไพ่ของฝ่ายมังกรจะมีคะแนนหน้าแต้มเป็นคี่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 0.75 เท่า

 

คำศัพท์เสือมังกร

– คำศัพท์เสือมังกรDragon การเลือกวางเดิมพันฝั่งมังกรหรือฝั่งแดงเป็นการวางเดิมพันว่าฝั่งมังกรว่าจะมีคะแนนแต้มสูงกว่ากว่าฝั่งเสือหากผลเป็นไปตามที่ท่านเลือกวางเดิมพันไว้ก็จะถือว่าท่านชนะในรอบเกมนั้น

– คำศัพท์เสือมังกรTiger การเลือกวางเดิมพันฝั่งเสือหรือฝั่งน้ำเงินเป็นการเดิมพันว่าฝั่งเสือจะมีคะแนนแต้มสูงมากกว่าฝั่งมังกรหากผลการเปิดไพ่เป็นไปตามที่ท่านเลือกวางเดิมพันไว้ก็จะถือว่าท่านชนะ

– คำศัพท์เสือมังกรTie การเลือกวางเดิมพันเสมอกฎกติกาการเสมอแต่ละเว็บไซต์ก็จะมีการกำหนดแตกต่างกัน

– คำศัพท์เสือมังกรTeven การเลือกวางเดิมพันแต้มคู่ในฝั่งเสือหากมีหน้าไพ่ 2 4 6 8 10 Q =12 ยกเว้น 7 จะเสีย

– คำศัพท์เสือมังกรTodd การเลือกเดิมพันแต้มคี่ในฝั่งเสือหากมีหน้าไพ่ 1 3 5 9 J=11 , K=13 ยกเว้น 7 จะเสีย

– คำศัพท์เสือมังกรDeven การเลือกวางเดิมพันแต้มคู่ในฝั่งมังกรหักมีหน้าไพ่ 2 4 6 8 10 Q =12 ยกเว้น 7 จะเสีย

– คำศัพท์เสือมังกรDodd การเลือกเดิมพันตามที่ในฝั่งมังกรหากมีหน้าไพ่ 1 3 5 9  J = 11 และ K = 13 ยกเว้น 7 จะเสีย

 

ทำไมสูตรเดินเงินคงที่จึงน่าสนใจ

1. ถือว่าเป็นเกมที่มีการใช้เงินทุนน้อย สูตรนี้เป็นสูตรเดินเงินที่ไม่ต้องใช้เงินทุนในการเล่นเยอะเหมือนกับการใช้สูตรเดินเงินสูตรอื่น เพราะสูตรนี้เป็นการใช้เงินวางเดิมพันแค่เพียง 4 ไม้เท่านั้น และแต่ละไม้ก็จะมีการใช้เงินวางเดิมพันแค่เพียงหลักร้อยไม่เกินหลักพัน จึงทำให้นักเดิมพันส่วนใหญ่เลือกเล่นนั่นเอง

2. มีความเสี่ยงขาดทุนน้อย สำหรับสูตรคงที่นี้จะทำให้ผู้ที่นำไปใช้มีความเสี่ยงในการขาดทุนน้อยลงกว่าเดิม เพราะว่าสูตรเดินเงินคงที่เป็นสูตร ที่เพิ่มเงินวางเดิมพันให้มากขึ้น เพื่อที่ผู้เล่นจะสามารถนำทุนที่ตัวเองเล่นเสียไปในครั้งที่แล้วกลับคืนมาได้ แถมสูตรเดินเงินสูตรนี้ยังสามารถทำกำไรให้กับผู้เล่นได้อีกด้วย

3. เป็นสูตรที่ใช้ง่าย ถือว่าเป็นสูตรที่มีวิธีการเล่นที่ค่อนข้างง่าย ซึ่งจะมีวิธีการใช้งานคล้ายๆกับสูตรเดินเงิน Master Gel และสูตรนี้ก็เป็นเพียงการเพิ่มเงินเดิมพันตามที่ทางศูนย์ได้กำหนดไว้เพียงเท่านั้น ufabet24hs.com

4. สามารถทำกำไรสะสมได้เยอะ ถึงแม้ว่าสูตรเดินเงินคงที่จะไม่สามารถทำกำไรก้อนโตให้กับผู้เล่นได้ แต่ถ้ามองดูว่า การได้กำไรจากการใช้สูตรเดินเงินคงที่ในระยะเวลาแค่เพียง 1 เดือนผู้เล่นสามารถทำกำไรสะสมให้กับตัวเองได้ก้อนโตเลยทีเดียว